แนวทางรุกตลาดเครื่องประดับในประเทศอินโดนีเซีย

ข้อมูลจาก สคร. ณ กรุงจาการ์ตา เผยว่า เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของอินโดนีเซีย ขยายตัวเติบโตร้อยละ 17  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มที่น่าจะเติบโตต่อไปได้อีก เนื่องจากเครื่องประดับส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในตลาดอินโดนีเซียเป็นแบบไม่ระบุยี่ห้อ มีรูปแบบหลากหลายให้เลือก และตลาดยังคงมีการกระจายตัวมาก ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องประดับแท้ราคาถูกได้ไม่ยาก โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการส่งออกเครื่องประดับไปยังอินโดนีเซียดังนี้

  1. ชาวอินโดนีเซียบางส่วนนิยมใส่เครื่องประดับแท้ โดยเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ แหวน ร้อยละ 36, ต่างหู ร้อยละ 25 และผ้าพันคอ ร้อยละ 20
  2. แม้ว่าเครื่องประดับที่ทำจากทองคำยังคงมีสัดส่วนมากที่สุด (ร้อยละ 63) แต่มีแนวโน้มการเติบโตที่ลดลง ส่วนเครื่องประดับที่ทำจากเงินและโลหะที่มีลวดลายซับซ้อนได้รับความนิยมมากขึ้นแทน
  3. กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับสินค้าเครื่องประดับในอินโดนีเซีย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
  • กลุ่มชาวจีนเชื้อสายอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้และกำลังซื้อค่อนข้างสูง นิยมเครื่องประดับที่ทำแพลทินัมหรือทองคำขาวประดับด้วยเพชรหรือพลอย และเครื่องประดับเงินแท้ เน้นการดีไซน์เรียบหรูมีเอกลักษณ์
  •  ชาวมุสลิมสมัยใหม่ เป็นกลุ่มผู้บริโภคหนุ่มสาววัยทำงาน ซึ่งมีจำนวนมาก นิยมแต่งตัวและใช้เครื่องประดับที่มีลวดลายเข้ากับเสื้อผ้าในแต่ละโอกาส โดยเน้นสินค้าที่ราคาไม่สูงมาก เช่น เครื่องประดับเงินชุบหรือเคลือบด้วยทอง เครื่องประดับเทียมประเภทพลอย เงิน และมุก
  1. ควรติดต่อหาช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น ห้าง Emporium Pluit Mall, Plaza Indonesia, Grand Indonesia, Pacific Place, และ Plaza Senayan ในกรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นเมืองหลวง ตลอดจนห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าชุมชนที่ตั้งในเมืองสำคัญบนเกาะชวาที่ประชากรมีกำลังซื้อสูงขึ้น เช่น เมืองสุราบายา และเมดาน  เป็นต้น

สำหรับท่านที่สนใจส่งเครื่องประดับหรือสิ่งของต่างๆไปอินโดนีเซีย สามารถรับคำปรึกษาเรื่องการขนส่งจากทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการขนส่งครบวงจรในราคาประหยัดลดต้นทุน ได้ที่เบอร์ 02-105-7777 หรือคลิ๊ก www.smeshipping.com ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา