แนวทางทำตลาดเสื้อผ้าและสิ่งทอในแถบคันไซ

เมื่อปลายเดือนก.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโอซากา ได้ขอเข้าพบคุณชิเงรุ ฟูรูมิยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับตลาดญี่ปุ่น ระหว่างเข้าชมงานแสดงสินค้า Thai Fashion & Textile Fair in Osaka เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขยายตลาดสินค้าสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และ OTOP ของไทย เข้าสู่ตลาดคันไซ ได้แก่แถบจังหวัด โอซากา เฮียวโงะ วาคายามะ และนารา เป็นต้น ซึ่งได้รับข้อเสนอแนะที่น่าสนใจสำหรับการขยายตลาดสิ่งทอของไทยไปโอซากา ดังนี้

ผู้ประกอบการในเขตคันไซส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) เฉพาะสินค้าเครื่องนุ่งห่มมีจำนวนประมาณ 700 บริษัท ยอดจำหน่ายต่อปีเฉลี่ยบริษัทละประมาณ 30,000 ล้านเยน ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้ประกอบการดังกล่าวคือ (1) คุณภาพสูงเหมาะสมกับราคา (2) รับสั่งในปริมาณครั้งละไม่มาก (Small Lot) และ (3) ตรงต่อเวลาในการจัดส่ง (ต้องส่งสินค้าภายใน 1-2 เดือน)  สำหรับสินค้าเสื้อผ้าไทยนั้นแม้จะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของการจัดวาง Pattern สาเหตุเนื่องมาจากการขาดบุคลากรที่มีความรู้ในการออกแบบ Pattern เสื้อผ้า ซึ่ง pattern เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังควรเข้าร่วมแสดงงาน Thai Fashion & Textile Fair in Osaka เนื่องจากผู้ประกอบการในคันไซเริ่มรับรู้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  เพื่อสร้างโอกาสทางการค้ากับพันธมิตรและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆให้กับบริษัทของคุณเอง

สำหรับท่านที่สนใจส่งเสื้อผ้าสิ่งทอ หรือของต่างๆไปญี่ปุ่น สามารถรับคำปรึกษาเรื่องการขนส่งจากทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการขนส่งครบวงจรในราคาเบาๆ ช่วยลดต้นทุนและประหยัดเวลา ได้ที่เบอร์ 02-105-7777 หรือคลิ๊ก www.smeshipping.com ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น