วิเคราะห์การทำตลาดชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ในยุโรป

 ตลาดสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ในยุโรปนั้นเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก มีประเทศผู้ส่งออกหรือ supplier รายสำคัญในสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของตลาดยุโรปปีที่ผ่านมา ได้แก่ จีน (ส่วนแบ่งตลาด 31%) ตุรกี (23%) และโมร็อคโค (7%) สำหรับประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก อันดับที่ 8 ของตลาดยุโรป มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 4%  ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับบราซิลและเม็กซิโก ซึ่งการจะรุกเพื่อขยายตลาดสินค้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ในยุโรปได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องทำความรู้จักกับรายละเอียดภาคส่วนต่างๆในห่วงโซ่อุปทานเสียก่อน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • OEMs (Original Equipment Manufacturers) คือ ผู้ประกอบรถยนต์ (vehicle assemblers)
  • 1st Tier suppliers เป็นผู้ส่งสินค้าโดยตรงให้กับ OEMs และบางรายก็ได้พัฒนาไปเป็น ผู้จัดระบบ (system integrators) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกแบบ พัฒนา ทดสอบสินค้าและระบบร่วมกับ OEMs
  • 2nd Tier suppliers เป็นผู้คอยนำเสนอสินค้าชิ้นส่วนสำเร็จรูป (finished components) ให้กับ 1st Tier suppliers และเป็นผู้ที่ส่งสินค้าบางส่วนโดยตรงให้กับ OEMs ด้วย
  • 3rd Tier suppliers (indirect suppliers) เป็นผู้คอยนำเสนอวัตถุดิบและชิ้นส่วน/อุปกรณ์พื้นฐานให้ แก่ 2nd Tier suppliers ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำสัญญาในลักษณะ Subcontracting agreement

สำหรับผู้ผลิต/ผู้ส่งออกจากประเทศไทย จะต้องเน้นการเข้าสู่ตลาดในฐานะที่เป็น supplier ให้กับ Tier ในระดับ 2 และ 3 เนื่องจาก supplier ดังกล่าวไม่ได้ถูกผูกพันกับข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนกับ OEMs รายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ ควรเสนอราคาที่ต่ำเพื่อให้แข่งขันได้ และต้องสร้างฐานลูกค้าที่มีความหลากหลาย ไม่ขึ้นกับลูกค้าเพียงไม่กี่ราย เช่น นำเสนออะไหล่ชิ้นส่วนสำหรับตลาดเครื่องจักรอุปกรณ์การเกษตร หรือการก่อสร้าง ฯลฯ เพื่อลดอำนาจการต่อรองจากลูกค้าในภาคของยานยนต์และชิ้นส่วน

ตลาดรถยนต์ในยุโรปนั้นถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีความอิ่มตัว และมีแนวโน้มว่า ผู้บริโภคจะซื้อรถยนต์ใหม่น้อยลง ดังนั้นการขยายตัวสินค้ารถยนต์ของยุโรปในอนาคตน่าจะมาจากยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะในโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ค ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกจากประเทศไทยควรสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า ด้วยการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก retail chains โดยตรง ซึ่งแม้ว่าจะมีกำไรขั้นต้นน้อยกว่า แต่ทำให้ได้ตลาดที่กว้างขึ้น และอาจพิจารณาความร่วมมือกับประเทศกลุ่มพัฒนาที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เช่น ตุรกี โมรอคโค เซอร์เบียฯ เนื่องด้วยผู้ซื้อในสหภาพฯ มีนโยบายต้องการให้ห่วงโซ่อุปทานอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือสั้นที่สุด เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการขนส่งค่ะ สำหรับผู้ประกอบการรายใดต้องการส่งชิ้นส่วน อุปกรณ์ยานยนต์ หรือสินค้าอื่นๆไปยังยุโรป สามารถเลือกใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศราคาประหยัดกับทีมงานมืออาชีพของเราได้ที่เบอร์ 02-105-7777 ค่ะ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: สคร. ณ กรุงเฮก