อนาคตเครื่องสำอางไทยในตลาดอาเซียน

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางนับวันจะขยายตัว มีมูลค่าตลาดและการแข่งขันที่สูงมากขึ้น รวมมูลค่าส่งออกกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี สำหรับประเทศไทยเอง แม้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดโลกเช่นเดียวกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ แต่สำหรับตลาดอาเซียนนั้นถือว่าเครื่องสำอางไทยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติเพราะประเทศของเรามีพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่มีศักยภาพซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต เช่น เมล็ดลำใย ที่มีงานวิจัยค้นพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดริ้วรอยและกระชับผิวได้ เป็นต้น

นอกจากเมล็ดลำใยแล้ว ไทยยังมีพืชและสมุนไพรที่มีคุณสมบัติสามารถนำมาเป็นส่วนผสมของสินค้าเวชสำอางได้อีกมากมาย เช่น มะพร้าว อัญชัน ขมิ้น กวาวเครือ แม้กระทั่งข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทยเองก็ยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านริ้วรอย ซึ่งหากผู้ประกอบการรู้จักแปรรูปนำมาเป็นส่วนผสมของสินค้าเวชสำอาง ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น และสามารถชูจุดเด่นแข่งขันกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนได้

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงกฎระเบียบข้อบังคับสำหรับเครื่องสำอางภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน รวมถึงข้อกำหนดในการห้ามสารบางประเภทของแต่ละประเทศ และพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้รับมาตรฐานสากล เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการเครื่องสำอางของไทย มักถ่ายทอดความรู้จากการนำสมุนไพรมาทำแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน หากสามารถผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐาน เช่น GMP, HACCP หรือนำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใช้ในการผลิต ควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด พร้อมทั้งปรับปรุงสินค้าใหม่ๆให้โดนใจผู้บริโภคอยู่เสมอก็น่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเครื่องสำอางของอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิค่ะ

และหากท่านใดที่ต้องการส่งสินค้าหรือของต่างๆไปยังประเทศในแถบอาเซียน สามารถขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญการขนส่งของเราได้ที่เบอร์ 02-105-7777 นะคะ เรามีบริการขนส่งหลากหลายรูปแบบในราคาประหยัดกว่า 30-50% ค่ะ