สินค้าสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ตลาดที่น่าสนใจ

 

จากผลสำรวจของ APPA National Pet Owners Survey ในปี 2015 -2016 ระบุว่า 79.7 ล้านครัวเรือนสหรัฐฯ หรือร้อยละ 65 ของครัวเรือนสหรัฐฯนั้นมีสัตว์เลี้ยง จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่และน่าสนใจทีเดียว วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเจาะลึกข้อมูลกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาดนี้กันค่ะ

เริ่มกันที่กลุ่มลูกค้าที่เลี้ยงสัตว์ใหสหรัฐฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆได้แก่

  • กลุ่ม baby boomers (อำยุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป) เป็นประชากรส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มว่าจะเลี้ยงสัตว์ลดลงเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป

  • กลุ่ม Millennials (อายุระหว่าง 18-34 ปี) เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญแทนที่ลูกค้าในกลุ่มแรก โดยกลุ่ม Millennials ชาวสหรัฐฯที่เลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนราว 43 ล้านคน (ร้อยละ 31) ส่วนใหญ่เป็นชาวลาติน ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการซื้อสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงปีละประมาณ 11 พันล้านเหรียญฯ

ทั้งนี้สินค้าอาหารและบริการด้านการแพทย์เป็นตลาดสินค้าและบริการที่สำคัญที่สุดในตลาดสัตว์เลี้ยงสหรัฐฯ เนื่องจากสุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และสัตว์เลี้ยงในวัยสูงอายุหรือที่เป็นโรคอ้วนกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเปิดโอกาสให้แก่สินค้าประเภทต่างๆ ดังนี้

1. สินค้าอาหาร senior pet products, diet pet foods และอาหารเพื่อสุขภาพประเภท “super healthy” หรือที่เป็นอาหารที่มีการปรุงแต่งเป็นพิเศษ (craft foods) รวมถึงอาหารที่เป็นอินทรีย์ (organic) อาหารธรรมชาติ (natural) และอาหารที่มีคุณภาพในระดับเดียวกันกับที่มนุษย์บริโภค (human grade pet food) ที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพที่เป็นระดับเดียวกันกับที่ใช้ผลิตอาหารมนุษย์

2. สินค้าที่ใช้ในธุรกิจบริการต่างๆที่เกี่ยวกับสัตว์ ได้แก่ สปาสำหรับสัตว์เลี้ยง, สถานให้บริการอาบน้ำตัดขน (grooming) สถานที่สำหรับฝึกหัดสัตว์เลี้ยงหรือออกกำลังกายของสัตว์เลี้ยง (canine gym) และให้บริการที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับสัตว์เลี้ยง

3.สินค้าที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง (Pet-tech gadgets) มีตลาดหลักอยู่ที่ ซานฟรานซิสโก และซิลิคอนวัลเลย์ เช่น นี้เช่น เครื่องมือที่ทำให้สัตว์เลี้ยงสามารถเรียกเจ้าของได้ (PetChatz) แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สำหรับดู พูด ถ่ายรูป และให้อาหาร (TreatCam, Petcube Camera) หรือเตือนเจ้าของเมื่อสัตว์เลี้ยงออกไปนอกเขต (GPS Pet Tracker) เป็นต้น

4.สินค้ายารักษาโรค เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯมีราคาแพง ยาที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์จะมีราคาถูกกว่ายาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์

สำหรับด้านช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น การขายตรงให้แก่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าปลีกเฉพาะสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมีการแข่งขันสูงมาก ธุรกิจค้าปลีกกลุ่มนี้จะมีกฎระเบียบและเงื่อนไขที่ผู้จัดจำหน่ายจะต้องปฏิบัติตามสูงกว่าร้านค้าปลีกที่ขายเฉพาะสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เป็นธุรกิจส่วนบุคคล ซึ่งเจ้าของกิจการส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แหล่งที่ผู้ค้าปลีกกลุ่มนี้ใช้ในการแสวงหาสินค้าใหม่ๆมาจำหน่ายมากที่สุดก็คือ นิตยสารในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง (44%) รองมาคือ e-newsletter (23%) งานแสดงสินค้า เช่น Global Pet Expo,SuperZoo หรือ Groom Expo West (17%) จากผู้กระจำยสินค้า (12%) จากตัวแทนโรงงาน (10%) จากเว็ปไซต์ของภาคอุตสาหกรรม (5%) และจากสื่อสังคม (4%) ค่ะ

สำหรับท่านใดที่ต้องการส่งสินค้าที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงหรือของใช้ไปยังสหรัฐอเมริกา สามารถปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่เบอร์ 02-105-7777 ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: American Pet Products Association, สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส