ขยายตลาดเครื่องสำอางไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงข่าวคราวของการผลักดันตลาดฮาลาลในเมืองไทยกันไปพอสมควร ซึ่งตลาดฮาลาลนั้นถือเป็นตลาดน่าสนใจมาก เนื่องด้วยขนาดของประชากรมุสลิมที่มีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก คิดเป็นจำนวนถึง 2,000 ล้านคนและนอกจากอาหารฮาลาลแล้ว สินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ไทยมีศักยภาพขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคชาวมุสลิมก็คือ สินค้าแฟชั่นและความงามโดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลามค่ะ

โดยสินค้าความงามที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในหมู่ชาวมุสลิม ได้แก่ แป้งรองพื้น แป้งปัดแก้ม ลิปสติก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชะลอวัย ไปจนถึงยาทาเล็บ แต่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่ผลิตในประเทศนั้นๆ เช่น Wardah ของอินโดนีเซีย, IBA Cosmetics ของอินเดียที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม และลำตัว ฯลฯ, น้ำหอม OnePure Beauty ของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และที่น่าสนใจคือยาทาเล็บสำหรับสตรีชาวมุสลิมของประเทศโปแลนด์ ที่มีคุณสมบัติล้างออกง่าย เนื่องจากสตรีชาวมุสลิมจำเป็นต้องล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อศอกให้สะอาดทั้งเส้นขน ผิวหนัง และซอกเล็บ ก่อนการทำละหมาดวันละ 5 ครั้งค่ะ

แม้ว่าการเข้าสู่ตลาดมุสลิมนั้นจะค่อนข้างยากเพราะต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่มีหลักปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆจำนวนมาก ตลอดจนมาตรฐานที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่ก็เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจอยู่มาก อีกทั้งยังมีสินค้าแบรนด์ไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงจากผลิตภัณฑ์ชะลอวัย แก้ปัญหาสิว และช่วยให้ผิวขาว ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้สารสกัดพืชจากธรรมชาติ เช่น รากชะเอมเทศ และฟักข้าว อีกด้วย ซึ่งหากผู้ประกอบการให้ความสนใจในด้านข้อปฏิบัติเหล่านี้ก็จะสามารถผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการและครองใจผู้บริโภคได้ไม่ยากอย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าไปต่างประเทศในราคาประหยัด พร้อมบริการเสริมครอบคลุมครบวงจร จากผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศมืออาชีพ สามารถติดต่อ SME SHIPPING ได้ที่เบอร์ 02-105-7777 หรือ www.smeshipping.com เรายินดีให้บริการทุกท่านค่ะ

#เครื่องสำอางฮาลาล #ฮาลาล #ส่งออกสินค้าฮาลาล #ส่งไปต่างประเทศ #ส่งออก

อ้างอิงข้อมูลจาก: EXIM Thailand ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย