สถานการณ์อาหารกระป๋อง ของไทยในตลาดฮังการี

ทป.ยศวดี แขวัฒนะ อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายการพาณิชย์) และนายพนม ทองประยูรที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ สอท.กรุงบูดาเปสต์ ได้เข้าพบกับคุณ Zoltan Manhertz ดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท Point Marketing ผู้นำเข้า ค้าส่งและจัดจำหน่ายผักและผลไม้กระป๋อง ปลากระป๋อง อาหารแช่แข็งและธัญญพืช เกี่ยวกับสถานการณ์นำเข้าสินค้าและลู่ทางการขยายตลาดฝั่งยุโรปสาหรับสินค้าไทย ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

1. สินค้าที่ทางบริษัทนำเข้าหลักๆจากไทยคือ สับปะรดกระป๋อง และผลไม้ค็อกเทลบรรจุกระป๋อง ซึ่งแม้ไทยจะมีปัญหาสับปะรดขาดตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแต่ผู้ผลิตยังสามารถส่งให้บริษัทได้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งนอกเหนือจากไทยแล้ว บริษัทยังนำเข้าจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ในส่วนของเวียดนามนั้นยังมีข้อจำกัดด้านการรวมรวมจำนวนผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของบริษัทและด้านบริการยังไม่เทียบเท่ากับไทย

2.สำหรับปลาทูน่าและซาร์ดีนกระป๋อง สินค้าจากไทยราคาสูงขึ้นและทำให้บริษัทต้องเสียภาษีสูงขึ้น เพราะไทยไม่ได้รับสิทธิ GSP จากอียูแล้ว บริษัทจึงเปลี่ยนไปนำเข้าจากเวียดนามและฟิลิปปินส์แทน แต่ในส่วนของการปฏิรูประบบการออกใบอนุญาตการทำประมงแบบใหม่ถือเป็นเรื่องดี เพราะระยะหลัง EU เข้มงวดในการตรวจสอบ catch certificate มากขึ้น น่าจะช่วยลดปัญหาความไม่พร้อมด้านเอกสารของผู้ส่งออกไทยที่ทำให้ไม่สามารถนาสินค้าออกจากท่าเรือลงไปได้

3.บริษัทยังสนใจที่จะนำเข้าทูน่ากระป๋องจากไทย และได้ให้ข้อเสนอแนะว่าหากบรรจุในกระป๋องขนาดเล็กลง (ประมาณ 80 กรัม) จากเดิมที่มีเพียงขนาด 90 กรัม ก็จะช่วยดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากขึ้นเพราะตลาดฮังการีมีความอ่อนไหวกับราคาค่อนข้างมาก

4.ในส่วนของไก่แช่แข็งนั้นยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง แต่ข้อควรระวังในการทำตลาดคือ ราคาต้องถูกกว่าไก่สด เนื่องจากฮังการีเคยเป็นผู้ผลิตไก่รายใหญ่ของยุโรป และชาวฮังการีทั่วไปตลอดจนโรงแรมและร้านอาหารก็นิยมซื้อของสดมากกว่า สำหรับไก่แช่แข็งของไทยหากผลิตในประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษหรือมีความตกลงกับอียู เช่น ยูเครน ตุรกี ก็จะทำให้เสียภาษีต่ำลง เมื่อต้นทุนถูกก็มีโอกาสที่ทางผู้นำเข้าและผู้บริโภคจะให้ความสนใจได้

กล่าวโดยสรุปแล้วราคาหรือต้นทุนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการทำตลาดที่ฮังการี สำหรับสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและกระป๋องเริ่มมีการนำเข้าจากประเทศอื่นๆในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากคุณภาพที่ใกล้เคียงกันแต่ราคาถูกกว่า ไทยจึงควรรักษามาตรฐานด้านการให้บริการที่ดีไว้ ทั้งนี้หากผู้ประกอบการท่านใดต้องการส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรปหรือประเทศต่างๆ สามารถเลือกใช้บริการขนส่งสุดสะดวก หลากหลายรูปแบบกับทีมงานมืออาชีพของเราได้ที่เบอร์ 02-105-7777 นะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงบูดาเปสต์