สถานการณ์ส่งออก อาหารกระป๋องไปสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ท่านผู้อ่านทราบไหมคะว่า ประเทศไทยของเรานั้นเป็นผู้ส่งออกปลากระป๋องไปสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE เป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมาตลอดระยะเวลาหลายปี และในวันนี้เราจะมาอัพเดทสภานการณ์ ส่งออกอาหารกระป๋องใน UAE เพื่อเตรียมตัวรับมือกับนานาประเทศที่ทยอยกันเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนี้กันค่ะ

ปัจจุบันสินค้าของไทยที่วางจำหน่ายใน UAE มีทั้งแบรนด์ของไทยเอง และการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ของ UAE ซึ่งได้แก่ ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรลกระป๋อง ขณะนี้ได้มีการนำเข้าปลาซาร์ดีนจากไทยลดลงเนื่องจากมีราคาสูง โดยมีคู่แข่งสำคัญคือฟิลิปปินส์ที่มีความได้เปรียบทั้งค่าแรงและวัตถุดิบที่ถูกกว่า ในส่วนของปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศนั้นยังไม่เป็นที่นิยมบริโภคมากนัก

สำหรับสินค้าที่ทางฟิลิปปินส์ส่งมายัง UAE ส่วนใหญ่จะเป็นปลาซาร์ดีนในน้ำมัน น้ำเกลือ และซอสมะเขือเทศ ตลอดจนชนิดปรุงรสชาตเลียนแบบรสชาตอาหาร โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ชาวฟิลิปปินส์ด้วยกันเองที่ทำงานอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ซึ่งหากไทยต้องการเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ควรเล็งไปที่ตลาดปลาทูน่ากระป๋องที่ยังคงเปิดกว้าง โดยเฉพาะปลาทูน่าในน้ำเกลือที่มีแนวโน้มความต้องการสูงกว่าปลาทูน่าในน้ำมัน หากเป็นอย่างหลังควรใช้น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันเพราะผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพและคุณค่าทางโภชนาการมากยิ่งขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องราคา และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม พร้อมเน้นส่วนผสม ชื่อประเทศผู้ผลิตและสารอาหารหรือข้อมูลทางโภชนาการที่ผู้บริโภคจะได้รับ ยกตัวอย่างเช่น มีโอเมก้า 3 หรืออุดมไปด้วย DHA ทั้งนี้ข้อมูลต้องมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอารบิค เนื่องจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางนั้น มีความเข้มงวดด้านสุขอนามัยและการระบุข้อมูลบนฉลากสินค้าค่อนข้างมากค่ะ

สำหรับผู้ประกอบการหรือลูกค้าท่านใดที่ต้องการส่งสินค้า เอกสาร และพัสดุภัณฑ์ไปยังประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งของเราได้ที่หมายเลข 02-105-7777 หรือเข้ามาเยี่ยมชมบริการหลายหลายของเรา ได้ทางเว็บไซต์ www.smeshipping.com นะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ