วิเคราะห์เจาะลึกตลาดอัญมณีในประเทศฮังการี

เนื่องจากฮังการีเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างจำกัด ทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเกือบทั้งหมด โดยผู้นำเข้าฮังการีส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้ค้าส่งและค้าปลีก ปัจจุบันร้านเครื่องประดับเริ่มขยายฐานลูกค้าด้วยการเพิ่มประเภทสินค้าภายในร้านให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น สามารถแบ่งเครื่องประดับได้ออกเป็น 2 ประเภทคือ เครื่องประดับล้ำค่า และเครื่องประดับแฟชั่นค่ะ

1.เครื่องประดับล้ำค่า ได้แก่ เครื่องประดับที่ทำจากเงิน ทองคำขาว ทองคำ มุก และพลอย แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังคงซบเซาแต่ผลกระทบที่มีต่อเครื่องประดับเงินยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับเครื่องประดับทอง เพราะเครื่องประดับเงินมีราคาถูกกว่า สำหรับช่องทางการจำหน่ายเครื่องประดับล้ำค่านั้นมักผ่านทางร้านเครื่องประดับดั้งเดิม ห้างสรรพสินค้า ร้านปลอดภาษี ร้านขายสินค้ามีคุณภาพโดยตรงจากโรงงาน สำหรับเครื่องประดับประเภทนี้ร้อยละ 60 ของผู้บริโภคมักจะซื้อเมื่อถึงโอกาสพิเศษหรือเทศกาลต่างๆ เช่น วันครบรอบวันเกิด วันสำเร็จการศึกษา ครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น โดยมีช่วงเทศกาลสำคัญที่การนำเข้าสินค้าเครื่องประดับของฮังการีจะสูงขึ้นทั้งหมด 4 ช่วงดังนี้

  • 1.ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีสเตอร์ เดือนเมษายน
  • 2. เทศกาลแต่งงานของคนฮังการี ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม
  • 3. ช่วงสำเร็จการศึกษาหรือสอบปลายภาค เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม
  • 4. ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ในเดือนธันวาคม

2. เครื่องประดับแฟชั่น กลุ่มเป้าหมายโดยทั่วไปจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ติดตามแฟชั่น ซึ่งชื่นชอบสินค้าที่มีสีสันและเข้ากับเครื่องแต่งกายตามฤดูกาล แสดงออกถึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวของตัวเอง โดยมีแรงกระตุ้นการซื้ออยู่ในช่วงที่ซื้อเสื้อผ้าหรือช้อปปิ้งในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ อย่างไรก็ตามสินค้าประเภทนี้ยังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยกลางคนด้วยเช่นกัน สำหรับลูกค้ากลุ่มหลังนี้จะชื่นชอบเครื่องประดับที่สะท้องถึงบุคลิกภาพ สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส ใช้ได้นาน คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับแฟชั่นมีดังนี้

  • ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น เน้นเฉพาะเครื่องประดับแฟชั่นราคาไม่แพง
  • ห้างสรรพสินค้า/ไฮเปอร์มาร์เก็ต ค่อนข้างมีส่วนแบ่งตลาดที่มากเพราะส่วนใหญ่เป็น เครื่องประดับราคาปานกลาง-ถูก
  • ร้านอัญมณีบางแห่งที่จับกลุ่มตั้งแต่ลูกค้าระดับกลางขึ้นไป
  • ช่องทางออนไลน์ ถือเป็นช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มาก ประหยัดค่าใช้ข่ายและเวลาในการเดินทางลูกค้าสามาถสั่งซื้อได้ตลอดเวลา จึงทำให้การซื้อขายเครื่องประดับออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆในอนาคต โดยกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเครื่องประดับผ่านทางเว็ปไซต์มากที่สุดถึงร้อยละ 55 อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 35-50 ปี รองลงมาคือช่วงอายุ 25-35 ปีมีจำนวนร้อยละ 27 และอายุมากกว่า 50 ปีที่ร้อยละ 18ค่ะ

สำหรับผู้ประกอบการหรือลูกค้าท่านใดต้องการส่งเครื่องประดับไปยังประเทศฮังการี หรือประเทศอื่นๆไปยังยุโรป สามารถขอรับคำปรึกษาด้านการขนส่งได้จากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราที่หมายเลข 02-105-7777 นะคะ เรามีบริการรับสินค้าถึงที่ส่งมอบถึงมือผู้รับปลายทางอย่างปลอดภัย พร้อมประกันสินค้าในตัวและหมายเลขตรวจสอบสถานะการขนส่งค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: สคต.บูดาเปสต์