โอกาสของตลาดชิ้นส่วนยานยนต์จากไทยในจีน

จากปริมาณความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น และชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไม่เพียงพอต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ จีนจึงต้องอาศัยการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากต่างประเทศ โดยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2559 จีนนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์มูลค่าสูงถึง 25,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้สินค้าที่จีนนำเข้ามากที่สุด คือ เครื่องยนต์ และ Automotive Transmission เนื่องจากยังขาดแคลนเทคโนโลยีด้านการผลิต สำหรับด่านนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ที่สำคัญของจีน ได้แก่ มหานครเซี่ยงไฮ้ มหานครเทียนจิน และมหานครฉงชิ่ง ส่วนประเทศที่สั่งนำเข้าหลักๆได้แก่ เยอรมนี ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์อันดับแรกของจีน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก โดยไทยอยู่ที่อันดับ 10 มูลค่าการนำเข้าประมาณ 380 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 1% ของการนำเข้าทั้งหมด

ซึ่งถึงแม้ว่าแม้ว่าภาพรวมการนำเข้าจะชะลอตัวไป แต่คาดว่าไม่นานจีนจะสามารถฟื้นตัวได้ดังเติม เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ในประเทศยังคงมีอยู่สูง โอกาสการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ยังมีอนาคตสดใส และหากไทยมีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตก็จะช่วยรักษาตลาดการส่งออกของไทยได้

ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายที่สำคัญ คือ การจำหน่ายผ่านซัพพลายเออร์เจ้าประจำของตนเอง ดังนั้นผู้จัดจำหน่ายหรือกระจายชิ้นส่วนยนยนต์ (Distributor) จึงนับเป็นผู้ซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในศูนย์จาหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ของจีน โดยปริมาณการจัดซื้อคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมด การจำหน่ายผ่านซัพพลายเออร์จึงเป็นช่องทางหลัก และเป็นช่องทางที่ดีสำหรับผู้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่ต้องการหาคู่ค้าเพื่อขยายตลาดในจีนอีกด้วยค่ะ

สำหรับท่านใดที่ต้องการส่งเอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ไปจีน สามารถใช้บริการกับทีมผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพของเราได้ที่หมายเลข 02-105-7777 และติดตามข่าวสารด้านการส่งออกได้จากทางเฟสบุ๊คhttps://www.facebook.com/SMESHIPPINGTHAILAND นะคะ