เทคนิคให้รายละเอียดสินค้าในเว็บไซต์ เพื่อปิดการขาย

เทคนิคการให้รายละเอียดสินค้าเพื่อปิดการขายนั้น จะต้องมีความสมดุลกันระหว่างการให้ข้อมูลแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันต้องให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เข้าใจได้ในระยะเวลาที่น้อยที่สุด การให้ข้อมูลควรจะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

- ชื่อสินค้า รายละเอียดสินค้า
 โดยให้บอกลักษณะเด่นในสินค้านั้น การให้ข้อมูลที่ดีคือการให้ข้อมูลที่เป็นความจริง แต่เน้นที่จุดเด่น และสร้างความแตกต่าง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ช่วยลูกค้าให้เกิดการตัดสินใจสั่งซื้อ


- การให้ข้อมูลด้านราคา ก็มีส่วนสำคัญ เราสามารถให้ข้อมูลราคาปกติ และราคาลดพิเศษเพื่อสร้างให้เกิดความน่าสนใจ เทคนิคการตั้งราคาพิเศษ ควรมีการระบุวันที่ เช่น ราคาพิเศษนี้ถึงวันที่ 30 มีนาคม การมีวันที่มาเป็นองค์ประกอบจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นราคาพิเศษแบบมีช่วงเวลา แต่มีข้อควรระวัง คือ เจ้าของเว็บไซต์จะต้องตามอัพเดทราคา และวันที่ ให้ถูกต้องอยู่เสมอ

นอกจากนี้หากมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่นค่าส่งสินค้า ควรระบุให้ชัดเจน พึงระลึกไว้เสมอว่าการให้ข้อมูลสินค้าต้องตรงกับความเป็นจริง แต่แฝงไปด้วยข้อมูลทางการตลาดที่ทำให้สินค้า ราคา มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งขัน ที่สำคัญควรสร้างให้เกิดความรู้สึกว่าไม่สามารถหาสินค้านี้ได้จากเว็บไซต์อื่นได้ และการตัดสินใจซื้อครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

 

 
ตัวอย่างการจัดตำแหน่งของเว็บไซต์ Amazon.com  วงกลมแสดงตำแหน่งที่ผู้ชมเว็บไซต์มองบนหน้าจอเป็นส่วนใหญ่


ดังนั้น จากผลการทดลองข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า เราสามารถแบ่งตำแหน่งบนหน้าเว็บไซต์ตามความสำคัญได้เป็น
3 กลุ่ม คือ
- priority1 เป็นตำแหน่งที่ผู้ชมเว็บไซต์มองเห็นมากที่สุด
- และรองลงมาเป็น priority 2 และ 3 ตามลำดับ

 นอกจากการจัดวางเนื้อหาที่น่าสนใจและดึงดูดใจลงในตำแหน่งที่ดีที่สุดตามลำดับของแต่ละหน้าเว็บไซต์แล้ว เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่หน้าเว็บไซต์ ทำให้ไม่สามารถให้รายละเอียดของสินค้าแต่ละรายการได้ทั้งหมดในหน้าเดียว เพราะจำเป็นต้องจัดสรรพื้นที่ให้กับสินค้าอื่น ๆ ด้วย ดังนี้

- แสดงเฉพาะชื่อและรายละเอียดหลักในหน้าแรก
และแยกรายละเอียดสินค้าอย่างละเอียดในหน้าในของสินค้าแต่ละตัว 

- แสดงรายละเอียดอย่างละเอียดในหน้าในของสินค้าแต่ละตัว
ในหน้าในของสินค้าแต่ละตัว เจ้าของเว็บไซต์ ควรให้ความสำคัญกับการให้รายละเอียดสินค้าอย่างเต็มที่ ให้ตะหนักอยู่เสมอว่าการตัดสินใจซื้อของผู้ชมเว็บไซต์นั้น เป็นการตัดสินใจของผู้นั้นเอง ณ จุดที่อ่านรายละเอียดจากเนื้อหาและรูปภาพ เจ้าของเว็บไซต์ไม่มีโอกาสได้อธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น


ดังนั้น จึงต้องให้รายละเอียดให้มาก โดยเฉพาะจุดเด่นที่สำคัญ เหนือกว่า และแตกต่างกว่าคู่แช่งขัน รวมถึงคุณค่าของการตัดสินใจซื้อในครั้งนี้ นอกจากนั้น การให้รายละเอียดต้องอยู่ในรูปแบบที่อ่านง่าย แบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ และเล็ก อย่างเหมาะสม ไม่ให้ดูแล้วลายตาไม่น่าอ่าน 

- การจัดกลุ่มสินค้า กลุ่มพิเศษ เช่น New Product , Promotion, International  ,etc
สำหรับสินค้าที่แบ่งเป็นรายการย่อยอีก เช่น แบ่งตามสี แบ่งตามของแถม แบ่งตามลักษณะย่อย เป็นต้น นั้น ให้ลูกค้าเลือก Sku* ที่ต้องการในหน้ารายละเอียดนี้ เนื่องจาก หน้าก่อนมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถแสดงรายการย่อยได้หมด และจะสร้างความยุ่งยากกับการจัดหน้าเว็บไซต์

*Sku : stock keeping unit คือรายการสินค้าหน่วยย่อยที่สุด ที่ให้ลูกค้าสั่งซื้อและจัดส่งให้กับลูกค้า เช่น เว็บไซต์ขายเสื้อยืด มีสินค้า 5 แบบ แต่ละแบบมี 5 สี แต่ละสีมี 5 size  แต่ละ size มี 3 ลักษณะย่อย ดังนั้น เว็บไซต์นี้จะมีสินค้า 375 sku (5*5*5*3)

ในบางกรณี การแบ่งรายการย่อยของสินค้า สามารถทำให้ยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เช่น ให้ลูกค้าระบุขนาดที่ตนเองต้องการ หรือ ระบุคุณลักษณะพิเศษอื่น เพื่อให้สินค้าแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

วิธีนี้จะทำให้สินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของท่าน ก็น่าจะเพิ่มยอดขายหรือกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้ไม่มากก็น้อยนะคะ