สื่อสารอย่างไรให้มัดใจลูกค้า Social Network


            ปัจจุบัน Social Network หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ มีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของคนไทย อย่างมาก โดยเฉพาะด้านสังคมและพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งนอกจากจะเป็นทั้งตัวกลาง การสื่อสารในปัจจุบันแล้ว Social Network ยังถูกนำมาใช้เป็น Platform สำหรับทำธุรกิจ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลอีกด้วย 
การพัฒนาและการขยายตัวของบริการ Social Network อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter และ YouTube ได้ส่งผลให้ ตลาดการค้าในสังคมออนไลน์กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนักการตลาดรวมถึง
ผู้ประกอบการ SMEs แต่สิ่งที่ทุกคนตระหนักดีคือพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าบน โลกออนไลน์ซึ่งมีความแตกต่างจากการค้าขายทั่วไป ทั้งยังต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้น เพราะการทำธุรกิจบน Social Network นั้นมีค่าใช้จ่ายต่ำเริ่มต้นได้เร็ว ทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ เกิดขึ้นตลอดเวลา
สิ่งที่ตัดสินผู้ชนะในตลาดนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าใครมีความ สามารถสื่อสารเพื่อ “เข้าถึง” และ “โดนใจ” ลูกค้าได้มากกว่ากัน ดังนั้นผู้ที่จะลงเล่นในตลาดนี้จึงต้อง เข้าใจถึงหลักการใช้งาน Social Media หรือสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่างถูกต้อง
        
เราจึงนำหลักการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อมัดใจลูกค้ามาฝากทุกท่าน ซึ่งกฎเหล็กสำหรับการสื่อสารผ่าน Social Media ให้มัดใจลูกค้าอย่างได้ผล 
มีดังต่อไปนี้


1. การสื่อสารบน Social Network นั้นเป็น “2 ทาง” เสมอ
   
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือการสื่อสารระหว่างผู้ขายกับลูกค้าในสังคมออนไลน์ นั้นมีลักษณะเป็นการสนทนา หรือ Conversational Style เสมอ การตลาดโดยทั่วไปจะเน้นให้ความสำคัญกับการ ส่งสารของเราไปถึงผู้รับ ทั้งรายละเอียดสินค้า ราคา หรือโปรโมชั่น แต่โจทย์ของ Social Media Marketing อยู่ที่ทำอย่างไรลูกค้าถึงจะเริ่มสนทนาพูดคุยกับเรา ดังนั้นนอกจากการให้ข้อมูล แก่ลูกค้าแล้วผู้ขายยังต้องจัดหาช่องทางที่สะดวกให้ลูกค้าเพื่อให้เกิดการ สนทนาและรับ feedback กลับมาด้วย



2. Don't try to sell, Tell a story

เมื่อลูกค้ามาถึง “หน้าร้าน” ของเราบนโลกออนไลน์
เราอาจมีเวลาไม่ถึง 10 วินาทีจะทำให้เขาเกิดความสนใจในสินค้า เพราะถ้าเขารู้สึกว่าสินค้า หรือบริการไม่มีความแตกต่างและไม่ดึงดูดใจเขาก็จะผ่านไปทันที การสร้างความประทับใจ น่าค้นหาจึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ หนึ่งในเทคนิคที่ใช้กันแพร่หลาย ในการสร้างความน่าสนใจคือการสร้างเรื่องราว หรือ Story ให้กับสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ประวัติความเป็นมา แนวคิด หรือการแชร์ประสบการณ์จากผู้ใช้รายอื่น ซึ่งล้วนเป็นตัวแปร สร้างแรงดึงดูดให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี
 นอกจากนี้การนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้านั้น สามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ธรรมดาให้มีความพิเศษและ สร้างค่านิยมให้เกิดแก่ลูกค้าได้ 



3. เข้าถึงตัวตนของลูกค้า engage at personal level


ลูกค้าในสังคมออนไลน์มีการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนสูงและมักถ่ายทอดความคิด ของตนให้ผู้อื่นได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวัน ความคิดเห็น งานอดิเรก และอื่นๆ จะสังเกตได้ว่า คนที่มีผู้ติดตาม “follower” จำนวนมากบน Social Network มักจะเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ดังนั้นการทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ผลคือสารที่ส่งออกไปต้องตอบ โจทย์ความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ หลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีสิ่งที่เรียกว่า Brand Persona หรือบุคลิกตัวตนของแบรนด์ที่ชัดเจน ถ้าสอดคล้องกับตัวตนของลูกค้าผลที่จะตามมาคือ ความรู้สึกผูกพันและจงรักภักดีที่มีต่อสินค้าแบรนด์นั้นๆ


4. ไม่เน้นเสียงดังแต่ต้องสื่อสารให้โดนใจและสม่ำเสมอ

ลองเปรียบเทียบสื่อสังคมออนไลน์ Social Media กับการใช้สื่อปกติ Traditional Media เช่น โทรทัศน์หรือวิทยุแล้ว จะเห็นได้ว่าการแข่งขันใน Traditional Media นั้นอยู่ที่ว่าใครจะตะโกน ได้ดังและไกลกว่าเพื่อให้สารไปถึงผู้รับได้ในวงกว้างที่สุด ดังที่เราเห็นสินค้าบางตัวโฆษณาถี่มาก พร้อมกันในทุกช่องทาง แต่ความดังและระยะทางของการส่งสารกลับไม่ใช่สิ่งสำคัญ ในสังคมออนไลน์ เพราะในขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาและออกไปตลอดเวลา ธุรกิจที่อยู่รอด อย่างยั่งยืน คือผู้ที่สามารถทำการตลาดได้โดนใจและสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ


            เป็นธรรมดาที่ลูกค้าจะให้โอกาสกับผู้เล่นใหม่ที่สะดุดใจด้วยการซื้อสินค้ามา ทดลองใช้หรือติดตามข่าวสาร การที่เราจะมัดใจลูกค้าให้ได้นั้น นอกจากต้องพัฒนาสินค้าและบริการของเราอยู่ ตลอดเวลาแล้ว เรายังต้องทำให้ลูกค้าทราบถึงข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเราอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของแบรนด์เราและบ่งบอกถึงพร้อมที่จะให้บริการอีกด้วย
 สังคมออนไลน์ ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีผู้ใช้มากขึ้นทุกวัน ผู้ประกอบการต่างให้ความสนใจมาทำธุรกิจ ในตลาดนี้มากขึ้นด้วย เมื่อลูกค้ามีตัวเลือกมากการแข่งขันเพื่อดึง “ความสนใจ” และ “สายตา” จึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  มีหลายรายที่ประสบความสำเร็จและหลายรายต้องล้มเลิกกันไปกลางทาง สิ่งสำคัญคือธุรกิจของเราจะจัดรูปแบบการสื่อสารอย่างไรให้มัดใจลูกค้าได้ใน 10 วินาทีเมื่อแรกเห็นนั่นเอง

ขอบคุณค่ะ