วิธีคำนวณภาษีเงินได้ สำหรับนักขายออนไลน์

1. หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ขายของ หรือเปิดร้านค้าออนไลน์ และมีรายได้จากการขายสินค้าเกิน 30,000 บาทต่อปีแล้วล่ะก็ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ รวบรวมยอดรายได้ตลอดปีภาษีนั้นว่าเกิน 1.8 ล้านบาทหรือไม่ ถ้าไม่เกิน คุณจะเสียแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเกิน คุณต้องเสียทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ

2. เมื่อคำนวณเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถยื่นแบบภาษีเงินได้ทางอินเตอร์เน็ต ด้วยการเข้าไปในเว็บไซต์ rdserver.rd.go.th เลือกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีที่คุณไม่เคยยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตมาก่อน ต้องไปที่ลงทะเบียน แต่หากเคยยื่นมาแล้วให้ไปที่เมนูยื่นแบบได้เลยค่ะ(หากไม่ยื่นและทางสรรพากรตรวจพบ คุณจะต้องเสียค่าปรับ 200 บาท เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่จะชำระ และยังอาจโดนเบี้ยปรับ 1 เท่า หรือ 2 เท่าของภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระอีกด้วย)

3. ใส่เงินได้จากการขายของออนไลน์ ลงในเงินได้ภ.ง.ด. 90ประเภทที่ 8 ในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการขายสินค้าและบริการที่นำมาหักนั้น คุณสามารถเลือกได้ 2 แบบดังนี้
แบบที่ 1: หักค่าใช้จ่ายตามจริง เหมาะกับร้านค้าที่มีการทำเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน เพราะสรรพากรอาจขอให้คุณยื่นเอกสารต่างๆประกอบเพิ่มเติมในภายหลัง
แบบที่ 2: หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตรา 80% ของรายได้ เหมาะกับร้านขายสินค้าที่จับต้องได้ เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ และร้านค้าที่ไม่ค่อยได้เก็บเอกสารหลักฐานการจ่ายเงินไว้ค่ะ

4. ต่อจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว คุณสามารถหักค่าลดหย่อนเพิ่มเติมได้ตามจริง ตามรายการต่างๆในลิงค์นี้ www.rd.go.th (ซึ่งพอเรากรอกตัวเลขลงไปในแบบฟอร์มจะคำนวณให้ค่ะ ว่าแต่ละรายการนั้นเราสามารถหักลดหย่อนได้เท่าไหร่)

5. เงินได้ที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว นำมาคำนวณภาษี ซึ่งจะมี 2 วิธีเช่นกัน วิธีไหนคำนวณแล้วต้องจ่ายภาษีมากกว่าก็ให้ใช้วิธีนั้น

วิธีที่ 1 นำเงินได้ที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วมาคูณด้วยอัตราภาษีตามลำดับขั้นบันได

วิธีที่ 2 นำเงินได้ทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน x 0.005 ถ้าผลลัพธ์ที่ได้ไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี

ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ เพื่อความมั่นใจคุณสามารถคำนวณเองคร่าวๆก่อนยื่นแบบได้ค่ะ แล้วพบกันใหม่กับสาระดีๆ ที่จะนำมาฝากในครั้งหน้านะคะ